ตามนิสัยของผม ผมชอบหาวิธีเดินทางเวลาท่องเที่ยวที่รวดเร็วที่สุด และสะดวกที่สุดสำหรับตัวเอง เนื่องจากมันเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ของนักท่องเที่ยว เวลาจะวางแผนไปเที่ยวซักที่นึง จะเครื่องบิน รถโดยสาร รถเช่า รถส่วนตัว ผมไม่เกี่ยง ขอแค่มันเป็นช้อยส์ที่มันเยี่ยมที่สุด

ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_2
กลางเดือนพฤษภาคมในช่วงหน้าร้อน หลังจากใช้เวลาหลายวันด้วยกันในการวางแผนที่จะมาเที่ยวปางอุ๋ง ผมเลือกที่จะเช่ามอเตอร์ไซค์จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ก่อนจะบิดเป็นระยะทางร่วมๆ 45 กิโลเมตร ในช่วงเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อมายังจุดหมายปลายทางที่ชื่อว่า ปางอุ๋ง

ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_3

มอเตอร์ไซค์คู่ใจที่จะพาผมไปยังปางอุ๋งนั้น ผมเลือกเช่าบริการกันที่ ร้าน P.A. ริมหนองจองคำในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ราคาเช่าต่อวัน ถ้าเป็นรถออโตเมติกอย่าง ฮอนด้า สกูปี้-ไอ จะตกอยู่ที่วันละ 250 บาท  มีค่ามัดจำเป็นเงิน 1,000 บาท พร้อมบัตรประชาชนและกรอกเอกสารนิดๆ หน่อยๆ แถมหมวกกันน็อคให้ฟรีในสภาพที่การป้องกันน่าจะเหลืออยู่ที่ 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_31ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_32

กรณีถ้าใครไม่ชอบการขับรถมอเตอร์ไซค์ ให้ไปที่หน้าตลาดสายหยุด แล้วถามหาคิวรถปางอุ๋ง ซึ่งจะมีรถสองแถวประจำทางขึ้นไปยังปางอุ๋ง (บ้านรวมไทย) เป็นสาย แม่ฮ่องสอน-ห้วยมะเขือส้ม เที่ยวไป 09.00 น.และ14.00 น., เที่ยวกลับ 06.00 น. และ 11.00 น. หรืออาจจะเหมารถจากหน้าตลาดสายหยุดไปเลยก็ได้ ในอัตราค่าโดยสารประมาณ 600 บาท

ก่อนเดินทางมายังปางอุ๋ง ผมอ่านรีวิวการเดินทางมาจากหลายเว็บบอกว่า เส้นทางขึ้นไปยังปางอุ๋งค่อนข้างที่ลำบาก และลาดชันพอสมควร ใครขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ถือว่าต้องเพิ่มความระมัดระวังกันเลยทีเดียว แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวผม ที่เคยขับขึ้นดอยอินทนนท์ ดอยสุเทพ รวมทั้งทริปโหดๆ อย่าง ขอนแก่น – เชียงใหม่ 3 วัน 2 คืน ผมจึงคิดคำนวณแล้วว่า เส้นทางนี้น่าจะเอาอยู่

และก็เป็นไปตามที่คาด เส้นทางไมได้ลำบากถึงขนาดนอนเอาเท้าก่ายหน้าผากขนาดนั้น ช่วงต้นๆ ครึ่งทางแรก ถือว่าสะดวกกันเลยทีเดียว ถนนลาดยางกันตลอดสาย จากนั้นมารู้สึกว่าถนนจะเป็นลูกรัง เพรามีการซ่อมแซมใหม่ ตรงจุดนี้ ต้องขับระวังกันหน่อย และจากนั้นพอหลุดจากถนนลูกรังไป ก็เป็นอันว่าฉลุยผ่านไปยังปางอุ๋งได้สบาย

ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_33

ทั้งนี้เส้นทางที่ผมขับผ่านมานั้น สรุปสั้นๆ จะมีหน้าตาออกมาประมาณ แม่ฮ่องสอน (เส้นทางสู่ แม่ฮ่องสอน-ปางมะผ้า-ปาย) – น้ำตกผาเสื่อ – พระตำหนักปางตอง – บ้านหมอกจำแป๋ – บ้านนาป่าแปก – บ้านรวมไทย – ปางอุ๋ง เดินทางจากตัวเมืองราวๆ บ่ายโมง ไปถึงที่นั้นเกือบบ่ายสาม (ผมมีแวะระหว่างทางด้วย)

ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_34 ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_35

บ่ายสามผมพาตัวเองพร้อมมอเตอร์ไซค์คู่ใจ (ที่เช่ามา) มาถึงปางอุ๋ง ภาพตรงหน้าเรื่องวิวทิวทัศน์ ไม่ผิดจากที่คาดคิดไว้ แต่ที่ผิดหวังกันไปซักหน่อยคือปริมาณน้ำในปางอุ๋ง ค่อนข้างที่จะแห่งขอด ซึ่งไอ้ผมก็ไม่คิดว่ามันจะแห้งขนาดนี้

ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_41

หลังใช้เวลา 10 นาที ชมวิวปางอุ๋งเพียงผิวเผินในช่วงบ่ายสาม ผมก็รีบจัดการตัวเองติดต่อที่พักตรงริมทะเลสาบ ซึ่งก็ได้บ้านพักในราคาหลังละ 300 บาท นอนกันได้สองคนพอดี ในสภาพห้องพักที่ต้องบอกว่าพอใช้ตามราคา 

เก็บเป้เก็บอะไรเข้าที่พักเสร็จเรียบร้อย ก็ได้เวลาสำรวจปางอุ๋งกันในยามเย็นของช่วงหน้าร้อน 

ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_37

ปางอุ๋ง หรือที่มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) เป็นโครงการในพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่อันตราย อยู่ติดแนวชายแดนพม่าที่มีกองกำลังต่างๆ มีการขนส่ง ปลูกพืชเสพติด รวมไปถึงการบุกรุกพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่าอยู่เสมอ ซึ่งเมื่อทรงเห็นดังนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินีนาถ จึงมีพระราชดำริให้รวบรวมราษฎรกลุ่มน้อยบริเวณนั้น และพัฒนาความเป็นอยู่ ส่งเสริมอาชีพปลูกป่า สร้างอ่างเก็บน้ำ โดยมีพระราชประสงค์สร้างความมั่นคงแนวชายแดน พัฒนาความเป็นอยู่ของ ราษฎร ให้ดีขึ้นและฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืนตลอดไป

ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_38 ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_39

จากการสำรวจดูนั้น ปางอุ๋ง มีลักษณะเป็นพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำเป็นทิวสนที่ปลูกเรียงรายกัน และอย่างที่เห็นกันไปในภาพ และที่เกริ่นกันไปแต่แรก น้ำในปางอุ๋งยามนี้ค่อนข้างที่จะแห้งขอด เนื่องจากชาวบ้านได้นำน้ำไปใช้ในการเกษตร รดพืชผักที่ปลูกเองตามเชิงเขา

 

ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_40 ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_41

หลังจากสำรวจพอหอมปากหอมคอกันจนเกือบค่ำ ผมก็เลยถือโอกาสแวะไปสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ว่าบรรยากาศช่วงนี้เป็นยังไง รวมทั้งเรื่องอื่นๆ

เจ้าหน้าที่บอกกับผมด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีว่า ถ้ามาเที่ยวกันในช่วงนี้ มันก็จะดีตรงที่คนไม่ค่อยพลุกล่าน แต่ก็ต้องแลกกับอากาศที่ไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่นัก รวมทั้งการชมทะเลหมอกในยามเช้าตรงปางอุ๋ง ก็จะมีให้เห็นกันเพียงผิวเผิน ไม่มีให้เห็นเยอะกันเหมือนในช่วงหน้าหนาวที่จัดเต็ม ยังกับสวิตเซอร์แลนด์ เมืองไทย อย่างที่หลายๆ คนพากันเรียกไว้ ส่วนดอกไม้เมืองหนาว ทางโครงการจะรีบปลูกๆ กันไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อช่วงหน้าหนาวดอกไม้มันจะออกดอกและบานกันพอดี รวมทั้งทัศนียภาพแถวๆ นี้ก็จะปรับปรุงและจัดการใหม่ให้แลดูสวยงาม พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาล

ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_42 ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_43

หลังจากคุยกันได้ซักพักพอหอมปากหอมคอกับเจ้าหน้าที่ ผมก็เลยต้องขอตัวไปหาอะไรกินในช่วงเย็นที่บ้านรวมไทย ก่อนจะกลับเข้าที่พักเตรียมอาบน้ำ นอนหลับ ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างชุ่มช่ำตอนสามทุ่ม เพื่อเก็บแรงตื่นแต่เช้า มาชมทะเลหมอกตรงทะเลสาบปางอุ๋งกัน

ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_44

เช้าวันที่สามอันสดใส ราวๆ หกโมงเช้า ผมถีบตัวเองลุกจากที่นอนเพื่อรีบไปชมทะเลหมอกตรงปางอุ๋ง แต่ก่อนจะหยิบเอากล้องออกไป ตามสันดานตัวเองที่อดใจไม่ไหว ผมเลยถือโอกาสเปิดหน้าต่างส่องดูตรงริมทะเลสาบผ่านๆ ก่อนว่ามันโอเครึเปล่า

แต่ให้ตายเถอะ ต้นสนกับบ้านพักหลังล่างๆ มันดันมาบดบังทัศนียภาพ ฉะนั้นแล้ว รีบๆ ลงไปสัมผัสบรรยากาศข้างล่างแบบเต็มๆ ดีกว่า

ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_45ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_45

ผมรีบลงไปยังตรงริมทะเลสาบก่อน แล้วมองไปสองทางทั้งซ้ายขวา เป็นไปตามที่คาดไว้ไม่มีผิดอย่างที่เจ้าหน้าที่บอกไว้ หมอกมีให้เห็นบางประปราย ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบายพอดี

ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_47

เกือบสองชั่วโมงเห็นจะได้ที่ผมซึมซับบรรยากาศอยู่ตรงนั้น ภารกิจต่อไปของผมนอกจากตื่นมาชมทะเลหมอก คือการไปชมหงส์ดำในปางอุ๋ง ซึ่งเป็นพระรองของการชมทะเลหมอกที่นี้

ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_48


หงส์ดำในปางอุ๋ง เป็นหงส์พระราชทานจากสมเด็จพระราชินี ซึ่งเป็นหงส์ดำและหงส์ขาวอย่างละ 1 คู่ด้วยกัน แต่จากวันที่ผมไปเที่ยว แลดูเหมือนว่าจะมีแต่หงส์ดำกันเท่านั้น ในปริมาณที่เยอะกันพอสมควร ราวๆ 10 กว่าตัว หงส์ดำพวกนี้ จะออกมาหากินตามธรรมชาติแถวนั้น รวมทั้งมีชาวบ้านที่ดูแลพวกมันเอาอาหารมาให้ด้วย (ป้าคนนั้นแกไม่ใช่พี่กองกอยจีนนะครับ ฮ่าๆๆ)

ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_49 ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_50

ส่วนกิจกรรมการนั่งแพเพื่อชมทัศนียภาพและบรรยากาศโดยรอบปางอุ๋งนั้น กิจกรรมนี้ถูกยกเลิกทิ้งไปแล้วนะครับ เนื่องจากแพของชาวบ้านที่ให้บริการนักท่องเที่ยวพากันพังหมด เหลือแต่เศษซากเอาไว้ให้ลูกหลานตัวเองมานั่งเล่นน้ำในตอนเย็น ซึ่งถ้าจะมีการนั่งล่องแพกันอีกที คงเป็นในช่วงหน้าหนาวนู้นแหละครับ ถึงจะมีการทำแพใหม่ไว้ให้คนมาเที่ยวได้ใช้บริการ

ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_51

นอกจากการชมทะเลหมอก ดูหงส์ดำแล้ว ที่นี้ก็ยังมีสวนปางอุ๋ง ที่อยู่ใกล้กับ ที่ทำการของโครงการพระราชดำริฯ ซึ่งจัดสร้างขึ้นมาเพื่อให้มีพืชพรรณที่กลมกลืนกับสภาพภูมิประเทศบนที่สูงทดแทนไร่ฝิ่นร้างแต่ดั้งเดิม พืชพรรณที่มีให้ชมก็เช่น อะโวคาโด พลับ สาลี่ บ๊วย อีกทั้งยังมีการตกแต่งด้วยสวนไม้ ดอกไม้ประดับเมืองหนาว เช่น กุหลาบ ไฮเดรนเยีย พวงแสด รวมทั้งยังมีการพยายามนำพืชและสัตว์ประจำถิ่นของพื้นที่ปางอุ๋งกลับมา เช่น เอื้องแซะและกล้วยไม้ต่างๆ และสัตว์อย่างเขียดแลน เป็นต้น 

ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_52

ปลายทางสุดของปางอุ๋งครั้งนี้ ผมพาตัวเองไปจบที่สะพานไม้ (ขาด) ที่น่าจะเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ โดยบริเวณนั้นน้ำแทบจะเหือดแห้ง เห็นแต่ซากของตอไม้ที่อยู่ใต้ผืนน้ำของทะเลสาบแห่งนี้ ชนิดที่เรียกได้ว่าภาพจากเว็บไซต์ต่างๆ สวยๆ ที่ผมอ่านรีวิวมา โดนบดขยี้ทิ้งตรงหน้าเลย

ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_53 ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_54

นี่แหละครับ เขาถึงบอกว่า สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ และผมก็อยากจะแถมต่อกันอีกด้วยว่า สิบมือคลำ ก็ไม่เท่ากับคุณออกเดินทางมาทำความรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ด้วยตัวคุณเอง

ปล. คำว่า "ปาง" หมายถึงที่พักของคนทำงานในป่า ส่วน "อุ๋ง" นั้น เป็นภาษาเหนือ หมายถึงที่ลุ่มต่ำคล้ายกระทะใบใหญ่มีน้ำขังเฉอะแฉะ ซึ่งหมายถึง ที่พักริมอ่างเก็บน้ำนั่นเอง

ปางอุ๋ง_แม่ฮ่องสอน_55