เวลามีใครซักคนนิยามคำว่า “นักท่องเที่ยว” และ “นักเดินทาง” ผมมักขมวดคิ้วสงสัยว่าสองคำนี้ เพราะมันอะไรที่เหมือนกัน และไม่เหมือนกัน
 

โครงการหลวงแม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

เหมือนกันก็คือ “ท่องเที่ยว” เหมือนกัน และก็ “เดินทาง” เหมือนกัน แต่ที่ดูจะต่างกัน น่าจะเป็นจุดมุ่งหมายหลัก 

เช่น ถ้าท่องเที่ยว บางคนมีเป้าหมาย คือไปให้ถึงจุดหมาย ถ้าเดินทาง บางคนชอบเรื่องราวระหว่างทาง โดยไม่ไม่ได้สนเป้าหมาย ซึ่งถ้าจะสรุปแบบเหมาๆ รวมแล้วนั้นมันกึ่งๆ ลูกผสมกันสำหรับสองคำนี้ แต่อาจจะมีแตกต่างกันในปลีกย่อยรายละเอียด ของแต่ละคนว่าไปไหน ทำอะไร

อย่างผมเนี่ยก้ำกึ่งสองประเภทที่ว่า คือชอบท่องเที่ยว ชอบเดินทาง แต่ในความชอบ ก็มีไม่ชอบเรื่องของการเดินทางที่ต้องนั่งรถนานๆ เพราะรู้สึกว่าน่าเบื่อ แต่ถ้าขับเองน่ะ อันนี้ชอบอยู่ ฮ่าๆๆ

ที่พอจะทนได้กับการต้องนั่งรถไกลๆ โดยไม่ได้ทำอะไรบนรถ นอกจากนอน หรือไม่ก็ฟังเพลง คือปลายทางมีอะไรน่าสนใจกันครับ

%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2_2

อย่างที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน กว่าจะเดินทางมาถึง ซึ่งจุดเริ่มต้นอยู่ที่เชียงใหม่ เรียกได้ว่าผ่านกันมาแปดแสนโค้งอันคดเคี้ยว หลับไปไม่รู้กี่ 10 รอบ  แต่พอมาถึงแล้ว ความน่าเบื่อระหว่างการเดินทาง ก็หายกันเป็นปลิดทิ้ง คือถ้าไม่หายก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว เพราะเบื้องหน้ามีนาขั้นบันไดให้ได้ชม แวดล้อมด้วยขุนเขาและสายหมอก

ถือได้ว่าคุ้มค่ากับการนั่งรถมาไกลๆ 

โครงการหลวงแม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

หลังจากเก็บสัมภาระเข้าที่พักของโครงการหลวงเสร็จสรรพ ก็ได้เวลาของการออกตระเวนชมแปลงสาธิตพืชผักที่นี้ ซึ่งก็มีพืชพันธุ์หลายชนิดด้วยกัน การเดินทางนั้น ผมและชาวคณะใช้บริการเจ้าไฮลักซ์คู่ใจ ซึ่งเป็นรถ 4WD ของโครงการหลวง เอาไว้ลุยน้ำลุยโคลน เนื่องจากเส้นทางที่จะไปชมนั้น ถือได้ว่าลำบากลำบนกันมา รถธรรมดานั้น ยากที่จะไปถึงด้วยความสุขี แต่ก่อนที่จะไปชมแปลงผักสาธิตของโครงการหลวงแม่ลาน้อยนั้น อยากจะขอเสริมข้อมูลคร่าวๆ ของที่แห่งนี้ก่อนว่ามีความเป็นมาอย่างไรบ้าง

เที่ยวแม่สะเรียง

ย้อนกลับไปเมื่อราวเกือบ 50 ปีที่แล้ว บริเวณบ้านดง บ้านห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย และบ้านป่าแป๋ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำแม่ลาน้อย และแม่น้ำแม่สะเรียง มีการปลูกฝิ่น และทำไร่เลื่อนลอยอย่างกว้างขวาง ซึ่ง ในปี พ.ศ. 2513 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยี่ยมราษฎรชาวเขาบ้านป่าแป๋และบ้านห้วยห้อมเป็นครั้งแรก ทั้งยังได้พระราชทานทุนทรัพย์ จำนวน 20,000 บาท จัดตั้งเป็นธนาคารข้าวแห่งแรกของโลก จนกระทั้งปี พ.ศ. 2516 ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมราษฎรทั้งสองหมู่บ้านเป็นครั้งที่ 2 และทรงรับสั่งให้ประธานมูลนิธิโครงการหลวง เข้าช่วยเหลือพัฒนาอาชีพแก่ชาวเขา โดยเฉพาะด้านเกษตรกรรม สังคม และสาธารณสุข

โครงการหลวงแม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

จากนั้น ใน ปี พ.ศ. 2523 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อยจึงก่อตั้งขึ้นสำเร็จ โดยใช้พื้นที่บ้านดงเป็นที่ทำการ เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเคยทอดพระเนตรพื้นที่แล้ว ประกอบกับเป็นที่ตั้งของโรงเรียนตำรวจตระเวณชายแดน (สมเด็จย่าฯ ทรงก่อตั้งขึ้นในนามของสมาคมศิษย์เก่าศิริราชพยาบาล เมื่อปี พ.ศ. 2516) ซึ่งเป็นศูนย์กลางพัฒนาด้านการศึกษาแก่เยาวชนในท้องถิ่น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย มีพื้นที่รับผิดชอบ 91.75 ตารางกิโลเมตร หรือ 57,368 ไร่ ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง และเผ่าลั๊วะ ชาวบ้านนับถือศาสนาพุทธ , คริสต์และผี

โครงการหลวงแม่ลาน้อย อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

โครงการหลวงแม่ลาน้อย มีสภาพภูมิประเทศความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,100 เมตร  มีความลาดชันสูง เป็นป่าไม้ที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์  พื้นที่ป่าทั้งหมดอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ  ที่เป็นต้นน้ำแม่ลาน้อย  ไหลลงสู่แม่น้ำสาละวิน อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด 20 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 30 องศาเซลเซียส  ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,400  มิลลิเมตรต่อปี

โครงการหลวงแม่ลาน้อย อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

โครงการหลวงแม่ลาน้อย ก็เหมือนกับโครงการหลวงที่อื่น ที่มีวัตถุประสงค์ อบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีและส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพที่เหมาะสม (อย่างน้อยให้มีรายได้พอกิน) เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในด้านสังคม การศึกษา สาธารณสุข ความเข้มแข็งของชุมชน เพื่อพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการ

โดยในโครงการนั้นมีงานทดสอบสาธิต  การปลูกพืชผักภายใต้โรงเรือนไม้ไผ่ ได้แก่ เบบี้ฮ่องเต้  งานทดสอบสาธิต กาแฟ และ พลัม งานส่งเสริมและพัฒนาอาชีพภาคการเกษตร งานพัฒนาและส่งเสริมอาชีพด้านการปลูกพืช จำนวน 4 ชนิด ได้แก่ พืชผักภายใต้โรงเรือนไม้ไผ่ ไม้ผล กาแฟ และพืชไร่ นอกภาคการเกษตร มีงานสนับสนุนการทอผ้าขนแกะ งานหัตถกรรมเครื่องเงิน  งานส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยว และงานแปรรูปผลผลิต  ได้แก่ การแปรรูปผลิตภัณฑ์กาแฟคั่ว

กาแฟ ที่ โครงการหลวงแม่ลาน้อย อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

กลับมาที่การอออกตระเวนชมแปลงสาธิตกันบ้าง ตามจริงแล้วนั้นก็ควรจะไปชมพวกแปลงผักสาธิต อย่าง เบบี้ฮ่องเต้  อะไรเทือกนั้น แต่เนื่องจากผมได้ชมมาแล้วที่โครงการหลวงแม่โถ ซึ่งถ้าจะชมอีกรอบมันก็จะเป็นการซ้ำ ว่าแล้วหัวหน้าโครงการหลวงในฐานะผู้อาสาพาชม เลยพาไปชมพืชพันธุ์อย่างอื่น อย่างเสาวรส และอะโวคาโด กันครับ

เสาวรส ที่ โครงการหลวงแม่ลาน้อย อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

เสาวรส โครงการหลวงแม่ลาน้อย เป็นชนิดผลสีเหลือง และม่วง  มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของพื้นที่สูงในอเมริกาใต้ เป็นไม้ผลประเภทเถาเลื้อย มีอายุหลายปี ดอกเกิดบนเถาใหม่ที่ข้อบริเวณโคนก้านใบ  เป็นดอกเดี่ยวสมบูรณ์เพศ ผลเป็นผลเดี่ยว เก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 60-70 วัน หลังดอกบาน ผลมีลักษณะ กลม รูปไข่ หรือผลรียาวขึ้นอยู่กับพันธุ์ ภายในผลมีเมล็ดสีน้ำตาลเข้มหรือดำเป็นจำนวนมาก ส่วนที่นำไปใช้บริโภค คือ ส่วนที่เป็นน้ำสีเหลือง มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและมีความเป็นกรดสูง โดยพันธุ์เสาวรสหวานที่มูลนิธิโครงการหลวงคัดเลือกและส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นการค้า  คือ พันธุ์เบอร์ 2 มีลักษณะประจำพันธุ์ คือ ผลมีสีม่วงเข้มเป็นรูปไข่ มีกลิ่นหอม รสชาติหวาน ผลมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5-6 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 70-100 กรัมต่อผล ความหวานเฉลี่ยที่ 17-18 องศาบริกซ์ มีเปลือกหนา และเมื่อผ่าผลตามขวางจะมีลักษณะเป็น 3 พู

โครงการหลวงแม่ลาน้อย อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

ส่วนอะโวคาโด ที่ต้องไปดูถึงแปลงเกษตรกรในพื้นที่ จะนำไปแปรรูปเพื่อสกัดน้ำมันสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมทำเครื่องสำอางต่างๆ เช่น ทำสบู่ ครีม ยาสระผม และอื่นๆ หือรับประทานตอนผลสุก ให้โปรตีนที่ย่อยง่ายสูง ปริมาณน้ำตาลต่ำ ให้ไขมันที่ไม่อิ่มตัว และไม่มีคอลเรสเตอรอล พูดง่ายๆ คือกินแล้วไม่อ้วน ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานก็สามารถรับประทานได้ ทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญหลายชนิด ผลผลิตมีในช่วงเดือนกรกฎาคม – กุมภาพันธ์

โครงการหลวงแม่ลาน้อย อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

เสร็จจากนี้ ก็มีชมนาขั้นบันไดระหว่างสองข้างทาง ก่อนที่จะพาไปยังส่วนของโครงการที่ลับเฉพาะกิจ ที่หัวหน้าโครงการว่าจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรในอนาคต มีจุดชมวิว ซึ่งเอาไว้เสร็จแล้วเมื่อไหร่ มีโอกาสไปอีกที จะเอาความคืบหน้ามาฝากกันครับ ซึ่งตรงส่วนนี้โครงการหลวงแม่ลาน้อยภูมิใจจะนำเสนอกันเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2_12

สำหรับข้อมูลเรื่องที่พักที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย อัตราค่าที่พักจะมี บ้านห้วยห้อม 2 หลัง ราคา 250 บาท/ท่าน/คืน หรือ ราคาเหมาห้องละ 800 บาท/ห้อง/คืน (รองรับได้ 4 ท่าน) บ้านห้วยห้า 1 หลัง ราคา 200 บาท/ท่าน/คืน หรือราคาเหมาหลังละ 2,500 บาท/หลัง/คืน (รองรับได้ 15 ท่าน) บ้านห้วยผึ้ง ราคา 200 บาท/ท่าน/คืน ราคาเต็นท์ เต็นท์ของศูนย์ฯแม่ลาน้อย ราคา 100 บาท/หลัง/คืน เต็นท์ของนักท่องเที่ยว ราคา 50 บาท/หลัง/คืน
โครงการหลวงแม่ลาน้อย อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

ร้านอาหาร สโมสรร้านอาหารศูนย์ฯ แม่ลาน้อย “ครัวสะเบื๊อก” มีอาหารเมนูชนเผ่าท้องถิ่น อาหารเช้า มีข้าวต้มหรือข้าวผัด ไข่ต้ม และเครื่องดื่ม กาแฟ ราคา 85 บาท อาหารเที่ยงและเย็น ราคา 110 บาท/ท่าน/มื้อ (อาหาร 3 อย่าง) กรณีขออาหารเพิ่ม ราคา 30 บาท/1อย่าง/ท่าน อาหารจัดอบรม ราคา 75 บาท/ท่าน/มื้อ (อาหาร 2 อย่าง) อาหารว่าง ราคา 25 บาท/ท่าน/มื้อ และราคาบริการด้านบันเทิงกลางคืน (คาราโอเกะ) ตามความเหมาะสมแต่ละคณะ

โครงการหลวงแม่ลาน้อย อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

ปิดท้ายด้วยข้อมูลการเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ห่าง  250  กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ผ่านแม่สะเรียงไปอำเภอแม่ลาน้อย  ถึง กิโลเมตรที่ 132 ให้เลี้ยวขวาไปตามเส้นทาง 1266  อีก 30 กิโลเมตร  ถนนบางช่วงเป็นดินลูกลัง  ฤดูฝนการคมนาคมลำบาก สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย บ้านดง หมู่ 5 ตำบลห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58120   โทร. 053-619-533-4 มือถือ. 083-324-3062, 093-167-1649 กันครับ 

ปล.ในฤดูฝน ควรพกเสื้อกันฝน และเสื้อกันหนาวติดตัวไปด้วย เพราะที่นี่อากาศค่อนข้างหนาวเย็น และมีลมแรงในตอนกลางคืน 

โครงการหลวงแม่ลาน้อย อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน