ข้าว มีความสำคัญกับประเทศไทยในทั้งแง่ของอาหารหลักของคนในประเทศ รวมทั้งเป็นสินค้าหลักทางเกษตรที่ส่งออกไปขาย ซึ่งในความสำคัญระดับนี้ เราจึงเห็นว่าหลายพื้นที่บ้านเรานั้น ปลูกข้าวกันเป็นหลักทั้งอีสาน กลาง เหนือ 

ธนาคารข้าวแห่งแรกของไทย ในบ้านป่าแป๋


กระนั้นใช่ว่าหลายพื้นที่จะปลูกข้าวกันได้ง่ายๆ เพราะด้วยสภาพภูมิประเทศที่ไม่เอื้ออำนวย และปัจจัยหลายอย่าง ก็ส่งผลให้กับประชาชนในพื้นที่ต้องเดือดร้อน ขาดแคลนข้าวไว้บริโภค ฉะนั้นการช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาเพื่อให้พวกเขามีความเป็นอยู่ที่ดีนั้นก็ต้องได้รับการหยิบยื่นจากใครซักคน และก็โชคดีที่เมืองไทยมี “ในหลวง” ที่ช่วยเหลือพวกเขา

ธนาคารข้าวแห่งแรกของไทย ในบ้านป่าแป๋


ณ บ้านป่าแป๋ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน หมู่บ้านที่ซุกตัวอยู่ในหุบเขาท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อม ที่แห่งนี้ คือที่ตั้งและก่อกำเนิดธนาคารข้าวแห่งแรกของประเทศไทย รวมทั้งธนาคารข้าวแห่งแรกของโลก ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานข้าวเพื่อตั้งเป็นธนาคารข้าว เพราะชาวลั๊วะที่นั่นบางปีขาดแคลนข้าว ต้องยืมเงินซื้อโดยเสียดอกเบี้ยสูงมากจนไม่มีทางจะชำระหนี้ได้หมด 

ธนาคารข้าวแห่งแรกของไทย ในบ้านป่าแป๋


โดยธนาคารข้าวที่ตั้งขึ้นนี้ คิดดอกเบี้ยต่ำซึ่งชาวบ้านสามารถใช้คืนได้ในฤดู เก็บเกี่ยวครั้งต่อไป หลักเกณฑ์ของธนาคารมีอยู่ว่า ชาวบ้านต้องช่วยกันสร้างยุ้งข้าวและรวมกลุ่มกันดูแลการจ่ายออกและทวงคืน มีธนาคารข้าวหลายแห่งที่สามารถสะสมข้าวได้จนเหลือใช้จึงทูลเกล้าฯ ถวายคืนเพื่อพระราชทานธนาคารอื่นต่อไป

ธนาคารข้าวแห่งแรกของไทย ในบ้านป่าแป๋
ธนาคารข้าวแห่งแรกของไทย ในบ้านป่าแป๋


หมุนเวลาย้อนกลับในอดีต เล่าถึงรายละเอียด เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2513 เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรบ้านป่าแป๋ และได้พระราชทานแนวพระราชดำริให้มีการจัดตั้งธนาคารข้าวแห่งแรกของประเทศไทยขึ้นที่บ้านป่าแป๋ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจ้าหน้าที่โครงการหลวงชาวเขา หรือโครงการหลวงในปัจจุบัน นำข้าวสารพระราชทานคิดเป็นมูลค่า 20,000 บาท มอบให้กับราษฎรบ้านป่าแป๋เพื่อให้เป็นกองทุนหมุนเวียนช่วยเหลือราษฎรที่ประสบความเดือดร้อนจากการขาดแคลนข้าว มีข้าวบริโภคไม่เพียงพอ ได้ยืมไปบริโภคและส่งใช้คืนเมื่อเสร็จสิ้นฤดูเก็บเกี่ยว โดยคิดดอกเบี้ยในอัตราต่ำ และนำดอกเบี้ยดังกล่าวมาสมทบกองทุนเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนต่อไป และจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้พระราชทานแนวคิดการจัดตั้งธนาคารข้าวและมีการขยายผลจากหมู่บ้านป่าแป๋ไปสู่หมู่บ้านอื่นๆทั้งตำบลป่าแป๋ และตำบลใกล้เคียง ส่งผลให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านดีขึ้นมาก ปัจจุบันปัญหาการขาดแคลนข้าวของชาวบ้านลดน้อยลง ธนาคารข้าวบ้านป่าแป๋จึงมีการปรับเปลี่ยนต่อยอดกิจกรรมของธนาคารข้าวหลากหลายขึ้น เช่น การรวบรวมพันธุ์ข้าวพื้นบ้าน การแปรรูปเป็นข้าวดอยปลอดสารพิษ และทดลองแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวดอยป่าแป๋

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2528 ถึง ปี พ.ศ.2551 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์สนับสนุนการจัดตั้งธนาคารข้าวขึ้นในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งปัจจุบันมีธนาคารข้าวที่ได้รับเงินทุนพระราชทานในทุกอำเภอ จำนวน 55 แห่ง อยู่ในความรับผิดชอบของที่ทำการปกครองจังหวัดแม่ฮ่องสอน 

ธนาคารข้าวแห่งแรกของไทย ในบ้านป่าแป๋ แม่ฮ่องสอน


กลับมาที่เรื่องของธนาคารข้าว ในบ้านป่าแป๋ ในทุกวันที่ 1 มีนาคม ของทุกปี จะมีงานวันรำลึก ธนาคารข้าวพระราชทานแห่งแรกของประเทศไทย เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถซึ่งการจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อ เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนา, เพื่อเผยแพร่และขยายผลแนวพระราชดำริการดำเนินงานของธนาคารข้าว , เชื่อมโยง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และต่อยอดการดำเนินงานของธนาคารข้าว, ส่งเสริมให้หมู่บ้านป่าแป๋เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ธนาคารข้าวแห่งแรกของไทย ในบ้านป่าแป๋ แม่ฮ่องสอน

ธนาคารข้าวแห่งแรกของไทย ในบ้านป่าแป๋ แม่ฮ่องสอน

ทั้งนี้ ในปีล่าสุดที่ผ่านมา มีกิจกรรมหลายอย่างที่น่าสนใจในงาน อย่างการจัดการแข่งขันตำข้าวดอย การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งโอท็อปรอบคัดเลือก การจัดจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร โครงการหลวงและ สินค้าโอท็อป มีพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์ธนาคารข้าวเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพิธีฮ้องขวัญข้าวหรือบายศรีสู่ขวัญ พิธีมอบพันธุ์ข้าวพระราชทานจำนวน 1,000 ถุง แก่ผู้ร่วมงานเพื่อเป็นสิริมงคล มีพิธีเปิดงานธนาคารโลก การประกวดธิดาข้าวดอย การแสดงดนตรีพื้นบ้าน การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งโอท็อปรอบชิงชนะเลิศ การแข่งขันชกมวยไทย

ธนาคารข้าวแห่งแรกของไทย ในบ้านป่าแป๋ แม่ฮ่องสอน


ในหลายกิจกรรมที่ว่ามานั้น มีหนึ่งกิจกรรมที่สำคัญและน่าสนใจคือ ความเชื่อและพิธีกรรมการขนข้าวสู่หลอง(ยุ้ง)ข้าว กันครับ

โดยก่อนการนำข้าวสู่หลอง(ยุ้ง)ข้าว  ชาวนาจะทำพิธีขอขมาและขอบคุณแม่โพสพ และเชิญแม่โพสพหรือข้าวขึ้นสู่หลอง(ยุ้ง)ข้าว  โดยเชื่อว่า  จะทำให้ข้าวไม่หายและหมดไปจากหลอง(ยุ้ง)เร็ว โดยจะเลือกทำพิธีในวันที่ขนข้าวขึ้นหลอง(ยุ้ง)เสร็จแล้ว หากไม่ทันก็อาจทำในวันรุ่งขึ้นก็ได้

ธนาคารข้าวแห่งแรกของไทย ในบ้านป่าแป๋ แม่ฮ่องสอน


พิธีกรรมทำแบบเรียบง่าย ประกอบด้วยเครื่องบูชาคือ  ข้าว ไข่ต้ม กล้วย 1 ผลขนมต่าง ๆ ดอกไม้ ธูปเทียน จัดใส่กระทงใบตองหรือพานเล็กๆ   ผู้ที่เป็นพ่อนา(ผู้ทำนา)จะใช้ไม้ไผ่ยาวประมาณ 2 เมตร ปล้องของไม้บนสุดทุบให้แตกเป็นซีก ๆ แล้วดุนให้ถ่างออกป่องตรงกลาง คล้ายกับที่เรียกกันว่ารังมดส้ม (มดแดง) และไม้นะโมตาบอด พร้อมด้วยรวงข้าวที่เก็บจากนาไว้ก่อนนั้น  เมื่อไปถึงพ่อนา(ผู้ทำนา)จะฝังหรือปักไม้ไผ่ที่เป็นรังมดแดงกลางตาลาง (ลานนวดข้าว) เอากระทงใบตองซึ่งบรรจุเครื่องบูชาใส่ปลายไม้ไผ่รูปรังมดแดง ผูกรวงข้าวแขวนลงในกระทง ปักไม้นะโมตาบอดซึ่งเป็นเครื่องป้องกันมิให้ผีมาขโมยข้าวไว้ที่ 4 มุมของลาน แล้วจุดธูปเทียน ผู้หญิงในครัวเรือนจะใช้ทัพพีกวักไปรอบ ๆ ในบริเวณนั้น เพื่อกวักเอาขวัญข้าวให้มาอยู่รวมกัน ด้วยการพูดเป็นโวหารเอาเอง ด้วยคำที่เป็นมงคลเมื่อเสร็จพิธีแล้วจึงหยิบเอาเมล็ดข้าวที่ตกบริเวณนั้นสัก 2 – 3 เม็ด หรือจะหยิบเอาเศษฟางก็ได้

สำหรับใครที่อยากไปเยี่ยมชมธนาคารข้าวแห่งแรกกของไทย ชมพิพิธภัณฑ์ธนาคารข้าวเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเรียนรู้วิถีในชุมชนบ้านป่าแป๋ ก็แวะไปกันได้ทุกวัน ที่บ้านป่าแป๋ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

By ironear7